Free Essay

Medicine

In: Science

Submitted By iamsifa
Words 996
Pages 4
สินค้าเภสัชภัณฑ์ (พิกัด 30) กุมภาพันธ์ 2552

|ความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย (ปี 2551) |มูลค่าการส่งออกและนำเข้าผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม |
|มูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับ 81 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.15 ของการส่งออกรวม หรือมีมูลค่า 272.68 | |
|ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 27.01 |ส่งออก |
|มูลค่านำเข้าเป็นอันดับ 20 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.12 ของการนำเข้ารวม หรือมีมูลค่า 1,994.87 |นำเข้า |
|ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 15.08 | |
|การใช้ปัจจัยการผลิต สัดส่วนในประเทศ ร้อยละ 5 ในขณะที่สัดส่วนจากนอกประเทศ ร้อยละ 95 |ปี |
|เภสัชภัณฑ์จึงเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับการผลิตในประเทศน้อย (low linkages) | |
| |มูลค่า |
|โครงสร้างผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์ |(ล้าน US$) |
|ผู้ผลิตรวม 398 ราย |อัตราขยายตัว |
|ขนาดเล็ก (คนงานไม่เกิน 61-200 คน) 331 ราย |(%) |
|ขนาดกลาง (คนงานมากกว่า 200 คน) 67 ราย |สัดส่วน |
|จำนวนแรงงานรวม 600,000 คน | |
| |มูลค่า |
|มาตรฐานสินค้า | |
|ยาเป็นสินค้าที่มี Royalty สูง ผู้สั่งซื้อต้องมั่นใจในมาตรฐานของสินค้า |อัตราขยายตัว |
|จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับสินค้าให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ |(%) |
|ประเทศไทยมีโอกาสได้เข้าเป็นสมาชิกถาวรของ PICS (The Pharmaceutical Inspection |สัดส่วน |
|Cooperation Scheme) ซึ่งเป็นมาตรฐาน GMP ของยา ประกอบกับในปี 2551 มีการใช้ระบบ | |
|Harmonization ทำให้การจดทะเบียนยาทำที่ใดก็ได้ในเอเซียและใช้ได้ทุกประเทศในแถบเอเซีย | |
|ทำให้ไทยมีแนวโน้มที่จะส่งออกยาได้มากขึ้น |2547 |
|ตลาดหลักและการส่งออก |125.36 |
|ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา เมียนมาร์ มาเลเซีย และฮ่องกง |7.86 |
|ซึ่งการส่งออกไปประเทศดังกล่าวมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าการส่งออกยารักษาโรคทั้งหมด |0.13 |
|ยารักษาโรคของไทยที่ส่งออกส่วนใหญ่ คือ ยาสามัญ เช่น ยาสามัญประจำบ้าน |993.68 |
|การส่งออกผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมของไทยในปี 2551 มีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นในตลาดหลัก คือ อาเซียน |16.63 |
|ได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ มาเลเซีย และพม่า |1.06 |
|ประเทศคู่แข่งที่สำคัญของไทย ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย และตะวันออกกลาง | |
|ตลาดหลัก : เวียดนาม เบลเยียม พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วนรวมกันร้อยละ 57.1 |2548 |
|ตลาดใหม่ที่มีอัตราการขยายตัวสูง : สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 339.60 เยอรมนี ร้อยละ 145.99 ศรีลังกา|154.92 |
|ร้อยละ 75.68 สหราชอาณาจักร ร้อยละ 73.47 ออสเตรเลีย ร้อยละ 66.43 |23.58 |
| |0.14 |
|แหล่งนำเข้าหลักและข้อมูลการนำเข้า |1,186.33 |
|ตลาดนำเข้าสำคัญได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร |19.39 |
|ซึ่งการนำเข้าจากประเทศดังกล่าวมีมูลค่ากว่าร้อยละ 40 ของมูลค่าการนำเข้ายารักษาโรคทั้งหมด |1 |
|ยารักษาโรคที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นยาที่มีสิทธิบัตรซึ่งไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ | |
|ยาเหล่านี้มักเป็นยาสำหรับโรคที่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคความดัน เบาหวาน หัวใจ |2549 |
|ไขมันในเส้นเลือด ข้อและกระดูก โดยนำเข้าจากประเทศที่เป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์ชั้นนำของโลก เช่น สหรัฐฯ |183.37 |
|และกลุ่มประเทศในยุโรป |18.36 |
|การนำเข้ายามีมูลค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น |0.14 |
|ซึ่งประชากรกลุ่มนี้เป็นกลุ่มหลักในการบริโภคยาประเภทดังกล่าว นอกจากนี้ |1,422.58 |
|บริษัทผู้นำเข้าได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ผ่านช่องทางการจำหน่ายยาของโรงพยาบาล |19.92 |
|ซึ่งให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ในการรักษาโรค และการทำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพ |1.1 |
|ทำให้การนำเข้ายาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง | |
| |2550 |
|นโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยา |214.69 |
|ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการรับรองรุ่นการผลิตยาแผนปัจจุบันเกี่ยวกับ ยาชีววัตถุ พ.ศ. .... |17.08 |
|คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการรับรองรุ่นการผลิตยาแผนปัจจุบันเกี่ยวกับยาชีววัตถุ พ.ศ.|0.14 |
|.... เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ |1,733.49 |
|และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ |21.85 |
|การออกกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดหน้าที่ของผู้รับอนุญาตผลิต |1.24 |
|หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนปัจจุบันเข้ามาในราชอาณาจักร กระทรวง ทบวง กรม | |
|ในหน้าที่ป้องกันหรือบำบัดโรค สภากาชาดไทย และองค์การเภสัชกรรม |2551 |
|ที่ผลิตหรือนำเข้ายาชีววัตถุเข้ามาในราชอาณาจักรต้องได้รับหนังสือรับรองรุ่นการผลิตยาชีววัตถุ |272.68 |
|ก่อนนำยาชีววัตถุแต่ละรุ่นการผลิตออกจำหน่ายหรือก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้ |27.01 |
|เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและมาตรฐานของยา |0.15Bottom of Form |
|และเป็นการยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพยาชีววัตถุของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล |1,994.87 |
|มาตรการบังคับใช้สิทธิ |15.08 |
|กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศใช้นโยบายมาตรการบังคับใช้สิทธิ โดยอาศัยบทบัญญัติ มาตรา 51 |1.12Bottom of Form |
|แห่งพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 | |
|และพระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542 จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้ |ที่มา : กรมส่งเสริมการส่งออก |
|- ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรด้านยาและเวชภัณฑ์ | |
|กรณียาสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์และริโทนาเวียร์ (Lopinavir & Ritonavir) ภายใต้ชื่อการค้า |[pic] |
|Kalctra (ยาสูตรผสมดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี |โครงสร้างผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ |
|ชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิผลสูงในการรักษาผู้ป่วยที่มีเชื้อดื้อยาที่ไม่สามารถรักษาด้วยสูตรยาพื้นฐานได้) |[pic] |
|โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2555 ทั้งนี้ |ตลาดส่งออกเภสัชภัณฑ์ที่สำคัญ และภาพส่วนแบ่งตลาด |
|ให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ใช้สิทธิ ในการผลิต จำหน่าย หรือนำเข้า | |
|เพื่อจัดให้มียาชื่อสามัญดังกล่าวไว้บริการในระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม | |
|และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ พร้อมทั้งจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของสิทธิบัตรร้อยละ 0.5 |มูลค่า : ล้าน USD |
|ของมูลค่าการจำหน่าย โดยกรมควบคุมโรคจะแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตร (บริษัท แอ๊บบอต แลบอราตอรีส | |
|(ประเทศไทย) จำกัด) และกรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบ |อัตราขยายตัว : ร้อยละ |
|- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรด้านยาและเวชภัณฑ์ กรณียาโคลพิโดเกรล | |
|(Clopidogrel) ภายใต้ชื่อการค้า Plavix (เป็นยาป้องกันความรุนแรงของโรคเส้นเลือดอุดตันในหัวใจ |สัดส่วน : ร้อยละ |
|และสมอง) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมดระยะเวลาของสิทธิบัตร | |
|หรือหมดความจำเป็นต้องใช้ยานี้ และให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ใช้สิทธิ ในการผลิต จำหน่าย หรือนำเข้า | |
|เพื่อจัดให้มียาชื่อสามัญดังกล่าวไว้บริการในระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม |2549 |
|และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ พร้อมทั้งจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของสิทธิบัตรร้อยละ 0.5 |2550 |
|ของมูลค่าการจำหน่าย โดยกระทรวงสาธารณสุข จะแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตร (บริษัท ซาโนฟี อเวนติส |2551 |
|(ประเทศไทย) จำกัด) และกรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบ | |
|การประกาศใช้มาตรการดังกล่าว ทำให้ราคายาถูกลง ซึ่งจะช่วยรัฐประหยัดงบประมาณรายจ่าย |2549 |
|และทำให้ประชาชนได้รับยาจำเป็นที่มีคุณภาพดีอย่างทั่วถึง |2550 |
|ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. .... |2551 |
|จากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2550 มอบให้กระทรวงการคลังเร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับ| |
|เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง ในการนี้ กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่า |2549 |
|การยกร่างกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นพระราชบัญญัติจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้น |2550 |
|จึงเห็นควรยกร่างเป็นพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. …. |2551 |
|เพื่อใช้บังคับกับส่วนราชการทั้งหมดก่อน และในโอกาสต่อไป | |
|หากเห็นสมควรจะมีการปรับปรุงเป็นพระราชบัญญัติจะสามารถกระทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น | |
|ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 | |
|คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.| |
|.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน |(ม.ค.–พ.ย.) |
|และให้ถอนร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. .... | |
|ออกจากการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้ ในส่วนหนึ่งของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว | |
|กระทรวงการคลังได้มีการเสนอให้ยกเลิกเรื่องการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาขององค์การเภสัชกรรม | |
|และโรงงานเภสัชกรรมทหาร |(ม.ค.–พ.ย.) |
|เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าภาคเอกชนได้เข้าร่วมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด | |
|ซึ่งจะทำให้ทางราชการได้รับประโยชน์มากขึ้น | |
|ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. .... | |
|กระทรวงสาธารณสุข เห็นว่ายาเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพของคนไทย |(ม.ค.–พ.ย.) |
|ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การพัฒนาระบบยาจึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่ชัดเจน | |
|และมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และต่อเนื่อง |1. เวียดนาม |
|รวมทั้งสามารถประสานความร่วมมือของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน |28.74 |
|และสามารถประสานการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษาและสภาวิชาชีพให้ผลิตและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพด้าน|37.53 |
|สุขภาพทุกสาขาให้มีความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ทักษะ จริยธรรม |41.24 |
|และเจตคติที่ดีในการบริหารจัดการการใช้ยาอย่างคุ้มค่าและสมเหตุผล | |
|รวมทั้งการประสานระบบยากับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยา |11.01 |
|และส่งเสริมการใช้วัตถุดิบที่เป็นทรัพยากรในประเทศและภูมิปัญญาไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านเทคโนโลยี|30.57 |
|สังคมเศรษฐกิจ การขยายตัวทางการค้าและอุตสาหกรรม |21.04 |
|ซึ่งการดำเนินการพัฒนาระบบยาที่ผ่านมาเป็นไปภายใต้คณะกรรมการแห่งชาติด้านยาที่ตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี | |
|ทำให้มีความไม่ต่อเนื่องในการดำเนินการ และไม่ทันต่อการแก้ปัญหา |15.7 |
|กระทรวงสาธารณสุขจึงได้เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. ....|17.5 |
|ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างระเบียบดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2550 |16.53 |
|ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ | |
|และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา |2. เบลเยียม |
|แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ |20.29 |
| |30.66 |
| |30.51 |
| | |
| |256.7 |
| |51.09 |
| |7.18 |
| | |
| |11.1 |
| |14.3 |
| |12.23 |
| | |
| |3. พม่า |
| |19.42 |
| |25.18 |
| |30.46 |
| | |
| |12.36 |
| |29.64 |
| |31.73 |
| | |
| |10.6 |
| |11.7 |
| |12.21 |
| | |
| |4. กัมพูชา |
| |17.99 |
| |22.56 |
| |22.62 |
| | |
| |11.23 |
| |25.41 |
| |10.74 |
| | |
| |9.81 |
| |10.5 |
| |9.06 |
| | |
| |5. มาเลเซีย |
| |12.62 |
| |14.76 |
| |17.64 |
| | |
| |5.06 |
| |16.95 |
| |27.66 |
| | |
| |6.88 |
| |6.88 |
| |7.07 |
| | |
| |6. ฟิลิปปินส์ |
| |9.25 |
| |12.17 |
| |14.00 |
| | |
| |27.42 |
| |31.58 |
| |20.98 |
| | |
| |5.04 |
| |5.67 |
| |5.61 |
| | |
| |7. ฮ่องกง |
| |8.27 |
| |9.65 |
| |12.99 |
| | |
| |5.57 |
| |16.74 |
| |50.92 |
| | |
| |4.51 |
| |4.49 |
| |5.2 |
| | |
| |8. สหรัฐอเมริกา |
| |9.3 |
| |2.21 |
| |9.58 |
| | |
| |22.47 |
| |-76.3 |
| |339.6 |
| | |
| |5.07 |
| |1.03 |
| |3.84 |
| | |
| |9. สิงคโปร์ |
| |7.16 |
| |7.7 |
| |7.68 |
| | |
| |-9.69 |
| |7.58 |
| |6.65 |
| | |
| |3.9 |
| |3.59 |
| |3.08 |
| | |
| |10. สาธารณรัฐเช็ก |
| |2.86 |
| |6.54 |
| |7.64 |
| | |
| |508.2 |
| |128.7 |
| |30.17 |
| | |
| |1.56 |
| |3.05 |
| |3.06 |
| | |
| |รวม 10 ประเทศ |
| |135.9 |
| |169 |
| |194.38 |
| | |
| |25.68 |
| |24.32 |
| |25.12 |
| | |
| |74.1 |
| |78.7 |
| |77.88 |
| | |
| |อื่น ๆ |
| |47.45 |
| |45.72 |
| |55.19 |
| | |
| |1.45 |
| |-3.66 |
| |30.94 |
| | |
| |25.9 |
| |21.3 |
| |22.12 |
| | |
| |มูลค่ารวม |
| |183.4 |
| |214.7 |
| |249.57 |
| | |
| |18.36 |
| |17.08 |
| |26.37 |
| | |
| |100 |
| |100 |
| |100 |
| | |
| |ที่มา : กรมส่งเสริมการส่งออก |
| |[pic] |
| |ภาพรวมของอุตสาหกรรมยาในระบบเศรษฐกิจไทย |
| |เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตของประชาชน ซึ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของชาติโดยตรง |
| |การมีผลิตภัณฑ์ยาที่มีคุณภาพและราคาถูกจึงช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้ง่าย และมีสุขภาพดี |
| | |
| | |
| |ประเภทของยา |
| |ยาแผนโบราณ หรือยาสมุนไพร (Herbs and traditional drugs) โดยขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณตามพรบ. ยา พ.ศ. 2510 |
| |ยาแผนปัจจุบัน |
| |ยาชื่อสามัญ (Generic drugs) ได้แก่ กลุ่มยาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และกลุ่มยาอันตรายที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ |
| |ยารูปแบบใหม่ (New dosage form) เป็นกลุ่มยาที่มีการผลิตในรูปแบบใหมี่ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น |
| |สารเคมีใหม่ (New chemical entities : NCE) เป็นวัตถุดิบทางยา และสารตัวยาสำคัญใหม่ (new active substance) |
| |ชีววัตถุ (Biological products) เช่น วัคซีน |
| | |
| | |
| |การผลิตผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคของไทย |
| |ผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการภายใน |
| |มีสัดส่วนมูลค่าผลผลิตยาแผนปัจจุบัน ต่อ ยาแผนโบราณ เท่ากับ 95 : 5 |
| | |
| |แหล่งนำเข้ายา 10 อันดับแรกของไทย และมีบทบาทหลักในขั้นตอนการทำตลาดยาและขนส่ง |
| |[pic] |
| |ที่มา : สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง หน่วย : สัดส่วนร้อยละ ของการนำเข้าทั้งหมดของไทย |
| |ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกของอุตสาหกรรมการผลิตยารักษาโรค |
| | |
| |ไทยอุตสาหกรรมยาไทยพึ่งพาการนำเข้าในปริมาณสูง การเปิดเสรีการค้าจึงมีผลกระทบมาก |
| |[pic] |
| |[pic] |
| | |
| | |
| | |
| |ห่วงโซ่มูลค่าในประเทศไทยของอุตสาหกรรมการผลิตยารักษาโรค |
| |[pic] |
| | |
| |ปัญหา |
| |การทำวิจัยและพัฒนาของไทยอยู่ในระดับต่ำ การค้นคว้าในระดับโรงงานมีน้อย เนื่องจากใช้เงินลงทุนและผู้เชี่ยวชาญสูง |
| |งานวิจัยจึงจำกัดอยู่ในบริษัทใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว |
| |ขาดการควบคุมคุณภาพในยาแผนโบราณ ส่วนยาแผนปัจจุบัน ขาดความสามารถในการผลิตวัตถุดิบและตัวยาสำคัญ จึงเป็น |
| |อุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตยาสำเร็จรูปและสารขั้นกลางเป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการผลิตปลายน้ำ ที่พึ่งพาการนำเข้าตัวยาและวัตถุดิบ |
| | |
| |สรุป |
| |เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการแข่งขันน้อย |
| |การเปิดเสรี มีส่วนช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการผลิตยาในขั้นกลางและปลายน้ำของไทย ในขณะเดียวกัน บริษัทต่างชาติที่เคยตั้งอยู่ในไทยอาจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น เช่น จีน อินเดีย |
| |ซี่งเป็นคู่ค้าทวิภาคีของไทย ที่มีต้นทุนถูกกว่า และใช้เป็นฐานในการส่งออก รวมทั้งบการส่งกลับมาขายในไทย ทำให้ภาวะตลาดในประเทศมีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยาชื่อสามัญ |
| |ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ที่จะได้ซื้อยาคุณภาพดีขึ้น ในราคาที่ถูกลง |

|สินค้า |ไทย-ออสเตรเลีย |ไทย-นิวซีแลนด์ |อาเซียน-จีน |อาเซียน-เกาหลี |ไทย-ญี่ปุ่น |อาเซียน-ญี่ปุ่น |

|ไทย |ออสเตรเลีย |ไทย |นิวซีแลนด์ |ไทย |จีน |ไทย |เกาหลี |ไทย |ญี่ปุ่น |ไทย |ญี่ปุ่น | |เภสัชภัณฑ์ (พิกัด 30) |0% ในปี 2552 ยกเว้นของเสียทางเภสัชกรรม 0% ปี 2553 |0 ทันที |ส่วนใหญ่ 0 ทันทีและลดเป็น 0 ในปี 2553 |0 ทันที |0% ในปี 2552 และปี 2553 |0% ในปี 2552 |0% ในปี 2553 |ส่วนใหญ่เป็น 0 ทันที หรือลดเป็น 0 ปี 2551 |0% ในปี 2555 ยกเว้นสารที่ได้จากมนุษย์และวัคซีนลดเป็น 0 ทันที |0 ทันที |0% ในปี 2556 |0 ทันที | |การลดภาษี FTA ระหว่างไทยกับประเทศคู่เจรจา

สินค้า |อาเซียน – จีน |อาเซียน-เกาหลี |อาเซียน-ญี่ปุ่น |อาเซียน
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ |ไทย-ออสเตรเลีย |ไทย-นิวซีแลนด์ |ไทย-ญี่ปุ่น | |ยาอื่นๆ
(3004.90) |RVC 40%
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTSH |CTSH except from 3003.90 | |CC |CTH exp from 30.03, or except this change results from putting up in measured doses of other headings | |ยาปฏิชีวนะอื่นๆ
3004.20 |RVC 40%
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTSH |CTSH exp from 2941.30 through 2941.90 or 3003.20 | |CC |CTH exp from 30.03, or except this change results from putting up in measured doses of other headings | |วัคซีนที่ใช้สำหรับมนุษย์
3002.20 |RVC 40%
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTSH |CTSH | |CTSH |40% or CC or neither provided that non-originating materials used undergo a chemical reaction, purification, isomer separation or biotechnological processes in a Party. | |แอนติซีรา และแฟกชั่นอื่นๆ ของเลือด และผลิตภัณฑ์ภูมิคุ้มกันวิทยาดัดแปลงที่ได้จากกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพหรือไม่ก็ตาม
3002.10 |RVC 40%
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTH
(General Rule) |RVC 40% or CTSH |CTSH | |CTSH |40% or CC or neither provided that non-originating materials used undergo a chemical reaction, purification, isomer separation or biotechnological processes in a Party. | |…...

Similar Documents

Free Essay

Personalized Medicine

...Running Head: PERSONALIZED MEDICINE PERSONALIZED MEDICINE Margaret Barnes SCl115-Introduction to Biology November 07, 2012 PERSONALIZED MEDICINE Personalized Medicine and Modern Genetics Technology: “Introduction” In today’s world DNA sequences are frequently and constantly improving, modern instruments can analyze DNA by the millions within a twenty-four hour period (Mader, 2010, P.178). Because of technology, these instruments have been made available now and in the future for the use of personalized medicinal products. This paper provides an overview of how modern genetic technology may lead to personalized medicine, and to give examples two or more specific benefits of personalized medicine: a discussion of its drawbacks and limitations of the approach to human medicine. “Modern Genetic Technology and Personalized Medicine” Modern technology is constantly growing in our world, for us to understand how modern genetic technology may lead to personalized medicine and the importance personalized medicine. Personalized medicine is the tailoring of medical treatment for an individual with the unique characteristics for each patient. This approach is a......

Words: 821 - Pages: 4

Free Essay

Hellenistic Medicine

...areas he conquered. Some important advancement in medicine and science were thus made, owing to the collaborative work of many Hellenistic intellectuals from Alexander’s former empire. The source of Greek knowledge about medicine came from Egypt, which was fairly well-developed by the Greece was entering its Golden Age. Greek figures such as Pythagoras traveled widely, and picked up discoveries from places and brought them back to Greece. Thales gained first-hand experience of medicine when he was training in Egypt. Similar to Greek medicine, Egyptian medicine also lied in religion and spirituality. The Egyptian god of medicine was Imhotep, whose role was analogous to that of Asclepius. People would pray to him and other gods for healing, and it was believed that gods played a role in matters of health and disease. Despite these religious origins and beginnings, Egyptian medicine was rather rational and scientific. Blood was thought to be an important nutritive and regulatory substance, and the heart was considered to be the center of the circulatory system. Along with the circulatory system, the influence of the respiratory system was also recognized. Being excellent recorders that Ancient Egyptians were, they recorded medical recipes that attributed to their god of healing. Other papyri records discussed the effects of various drugs and catalogued various diseases and their symptoms (“Greek Medicine: The History of Greek Medicine”). Hippocrates was an early physician......

Words: 2680 - Pages: 11

Premium Essay

The Medicines Company

...In 1996, Clive Meanwell formed the Medicines Company whose corporate objective was to “acquire, develop and commercialize pharmaceutical products in late stages of development”. The company looked for abandoned drugs that met four specific criteria: 1) Required less than four years to get to the market 2) Required less than $60 Million to get to the market 3) Had at least a 65% chance of getting to market 4) Had the potential to generate at least $100 Million per year in sales In March 1997, the company got control of the rights to an anticoagulant called Angiomax which has been developed by Biogen but abandoned after test results showed it to be no more effective than the cheaper, entrenched alternative, Heparin. In December 2000, the Medicines Company received FDA approval for the use of Angiomax to prevent blood clots during angioplasties and by early 2001 had taken the drug to the market. The Value of Angiomax to hospitals Angiomax is a blood thinning drug, or anticoagulant which achieved Phase III clinical trials with Biogen, its pharmaceutical creator, in 1994. Upon trial III completion, further investment and trials for the drug were abandoned due to what was understood as marginal results and the forecast of high production costs. Its rights were later purchased by The Medicine Company who continued clinical trials, securing FDA approval and introducing Angiomax to the U.S. market in 2001. Heparin, is the most widely used prescribed drug for acute coronary......

Words: 689 - Pages: 3

Premium Essay

Alternative Medicine

...Alternative medicine is not new. It is accepted that it pre-dates conventional medicine and it is still used by many people all over the world. I am unconvinced that it is dangerous, and feel that both alternative and conventional medicine can be useful. There are several reasons why the conventional medical community is often dismissive of alternatives.  Firstly, there has been little scientific research into such medicine, so there is a scarcity of evidence to support the claims of their supporters. Furthermore, people often try such treatment because of recommendations from friends, and therefore come to the therapist with a very positive attitude, which may be part of the reason for the cure. Moreover, these therapies are usually only useful for long-term, chronic conditions. Acute medical problems, such as accidental injury, often require more conventional methods. On the other hand, there remain strong arguments for the use of alternatives.  Despite the lack of scientific proof, there is a lot of anecdotal evidence to suggest that these therapies work. In addition, far from being dangerous, they often have few or no side effects, so the worst outcome would be no change. One of the strongest arguments for the effectiveness of alternative therapies in the West is that, whilst conventional medicine is available without charge, many people are prepared to pay considerable sums for alternatives. If they were totally unhelpful, it would be surprising if this continued. I......

Words: 283 - Pages: 2

Premium Essay

Nuclear Medicine

...Nuclear Medicine Argosy University Nuclear medicine is a specialized branch of modern medicine that exploits the process of radioactivity for imaging, diagnosis, and treatment. Many imaging techniques inject small amounts of radioactive material into the body, which are then tracked by a sensing device specific to the type of radiation emitted from that material. Radiation has also been used to destroy diseased tissue, typically beyond the reach of standard surgical techniques. Nuclear Medicine is the medical specialty that uses unsealed sources of radiation (liquids and gases) for diagnosis and therapy. These unsealed sources are known as radiopharmaceuticals, drugs that emit radiation. Depending on the type exam a patient needs, the radiotracer is injected into the body, swallowed or inhaled as a gas. It will then eventually accumulate in the organ or area of the body being examined. Radioactive emissions from the radiotracer are detected by a special camera or imaging device that produces pictures and provides molecular information. Another radioactive treatment that’s used is called radioactive iodine therapy. It offers therapeutic procedures that use small amounts of radioactive material to treat cancer and other medical conditions affecting the thyroid gland. How to prepare for a nuclear medicine exam varies because each study is different but otherwise, the patient is given a small amount of radioisotope, either orally or by injection, to enhance the......

Words: 613 - Pages: 3

Premium Essay

Medicine

...over the telephone, and overlooked changes in status.1 Lack of communication creates situations where medical errors can occur. These errors have the potential to cause severe injury or unexpected patient death. Medical errors, especially those caused by a failure to communicate, are a pervasive problem in today’s health care organizations. According to the Joint Commission (formerly the Joint Commission on Accreditation of Healthcare Organizations, JCHAO), if medical errors appeared on the National Center for Health Statistic’s list of the top 10 causes of death in the United States, they would rank number 5—ahead of accidents, diabetes, and Alzheimer’s disease, as well as AIDS, breast cancer, and gunshot wounds.1 The 1999 Institute of Medicine (IOM) report, To Err Is Human: Building a Safer Health System, revealed that between 44,000 and 98,000 people die every year in U.S. hospitals because of medical errors.2 Even more disturbing, communication failures are the leading root cause of the sentinel events reported to the Joint Commission from 1995 to 2004. More specifically, the Joint Commission cites communication failures as the leading root cause for medication errors, delays in treatment, and wrong-site surgeries, as well as the second most frequently cited root cause for operative and postoperative events and fatal falls.1 Traditional medical education emphasizes the importance of error-free practice, utilizing intense peer pressure to achieve perfection during both......

Words: 7203 - Pages: 29

Premium Essay

Alternative Medicines

...Alternative Medicine in the Philippines And Its Continued Popularity: A Study Bataan Peninsula State University Alternative Medicine in the Philippines And Its Continued Popularity The Philippines is one of the islands that were conquered by different countries back in the day. That is why a lot of foreign influences were brought up by those colonizations. One of them is alternative medicine. Alternative medicine is a variety of therapeutic or preventive health-care practices that are not typically taught or practiced in traditional medicinal communities and offer treatments that differ from standard medical practice. Homeopathy, herbal medicine, and acupuncture are types of alternative medicine. In particular, China was one of the countries that inhabited the Philippines. China and its traditional healing arts make up the integral part of Chinese culture. According to “The Practice of Shiatsu” (Anderson, 2008), acupuncture gradually took over in China as the primary form of medicine and traveled across Asia including the Philippines. As evidenced by the years of trade by the Philippines with China, the Philippines then inherit the traditional ways of healing through acupuncture that China practiced and it is still being practiced today. Alternative medicine was already popular back in history but it is taking popularity again nowadays. In order to understand what we know today, people go back to their roots and to the beginning of civilization. What we......

Words: 2791 - Pages: 12

Free Essay

Nuclear Medicine

...Nuclear Medicine Radioactive tracers is the form of radiation they use within the human body when doing procedures such as CAT, MIBG, MRI, PET, and Gallium scans. Patients who undergo radioactive procedures are first given a small amount of radioisotope one of two ways oral or by injection. This radioisotope is pertinent to the procedure because it enhances the visualization on vascular structures and organs. The preparation is varies upon ordering physician however are relatively similar in protocol. For vascular patients it is recommended that the patient not have any caffeinated beverages 12 hours prior to the procedure and nothing to eat at least 4 hours before a procedure. Nuclear Vascular stress tests take approximately 3 hours to complete. All patients should wear comfortable lose fitting clothing and tennis shoes for comfort ability due to the nature of the testing which is done on a treadmill. The treadmill however, does not always provide enough information pertaining to the heart and hearts circulation. Nuclear stress tests then become the next phase which includes putting an IV into the arm and injecting a dose of radioisotope. The radiologist will then have you wait approximately 30 minutes and then take you down for pictures of your heart. After this is done the patient will begin walking on the treadmill and right before the procedure is over the radiologist will inject the patient again with radioisotope and then eat. After about a......

Words: 1157 - Pages: 5

Free Essay

Western Medicine Versus Traditional Medicine

...Jyn Allec R. Samaniego HNF 61 Z Mam Ma-Ann Zarsuelo May 7, 2015 Position Paper: Western Medicine versus Traditional Medicine The Limitations of Traditional Medicine from the Needs of the Society In this time of modern technologies, we have found new ways of treating and curing disease. However, traditional medicine that was derived from old cultures is still available. Some people still prefer this kind of method, but some stick to conventional one which is the western medicine. Western medicine is related to scientific method and emphasize measurable biochemical processes that drive disease, treatment and health. It relies on new modern technologies to alleviate disease and cure symptoms (“knowledgewharton”, n.d.) On the other hand,traditional medicine is the sum total of the knowledge, skills, and practices based on the theories, beliefs, and experiences indigenous to different cultures, used in the maintenance of health as well as in the prevention, diagnosis, improvement or treatment of physical and mental illness (Qi,n.d.) Is it still better to use traditional medicine? It may be natural, has less side effects and holistic but I think that is too old and slow compared to the western medicine which is more accurate, more advanced and is readily available. Traditional medicine may heal you but it is not optimized for effectiveness. It also takes time before it works. It may also contradict to your condition and may not be effective (“holistic”,n.d.)......

Words: 963 - Pages: 4

Free Essay

Medieval Medicine

...David Dubkov 24. Mar.2016 EAC 150 - Aleksandra Bida In the Middle Ages, medical knowledge was limited and remedies were not as effective as they are in the twenty first century. This is because the people of the Middle Ages did not have the vast and in depth knowledge of the human anatomy the way, we do today. They were not able to pinpoint the causes of most diseases, and as a result, were not able to cure them as effectively. People in the Middle Ages also had certain personal beliefs, which affected medical treatment. For instance, the people of medieval England believed that infectious diseases occurred due to the wrath of God because that individual was practicing unethical behaviour (Truman, Health and Medicine in Medieval England). Doctors of the Middle Ages even cured migraines by digging a hole into the skull. They believed that evil spirits were the cause of one’s pain and this was the way to release them. This method was ineffective, and was due to their beliefs, the lack of knowledge of the human body, and the use of unsanitary and dangerous methods of treatment (Trueman). The lack of knowledge stemmed from the fact that dissection was not commonly done. Nowadays, it is routine practise for a medical student to dissect dead animals and perhaps even a human body. This has allowed modern society to understand the workings of the human body on a deeper level. In this essay, I will explain how current day medical professionals have had more......

Words: 1216 - Pages: 5

Free Essay

Medicine

...vulnerable to coercion or undue influence, additional safeguards have been included in the study to protect the rights and welfare of these subjects." These regulations do not provide a definition of vulnerable subjects or an explanation of the causes of vulnerability, but they do provide the following list of examples of vulnerable subjects: "children, prisoners, pregnant women, handicapped, or mentally disabled persons, or economically or educationally disadvantaged persons." Other examples include: * Patients in emergency situations * Subjects who are marginalized in society (for example, Gay/Lesbian/Bisexual/Transgender individuals, undocumented workers) * Members of a group with a hierarchical structure, such as students in medicine, pharmacy, dental, and nursing subordinate hospital and laboratory personnel, and members of the armed forces * Patients with fatal or incurable diseases * The elderly * Persons in nursing homes * Unemployed or impoverished persons * Ethnic minority groups * Homeless persons, nomads, refugees While vulnerability is not a term clearly defined in the regulations, thinking of vulnerability as a limitation on autonomy provides a valuable tool for considering whether there are sufficient safeguards in a given research project to protect the rights and welfare of these subjects. Regulations for Waiving Informed Consent Sometimes, under specific circumstances with IRB approval, informed consent can be......

Words: 3525 - Pages: 15

Free Essay

Personalized Medicine

...Personalized Medicine SCI 115 Abstract Personalized medicine is a healthcare field that deals with the different and unique genomic, genetic, clinical, and environmental information of each person. Personalized medicine is based on making treatment or prevention of disease focus on the individual and the factors that do or will affect that particular individual. Some of the advantages of personalized medicine are the ability to make more informed medical decisions, earlier disease intervention, and reduced probability of negative side effects. Although there is a large upside to personalized medicine and the medical advantages that come along with it implementation, there lyes the challenge. The implementation of personalized medicine is the largest limitation. Whether it is lack of push from the healthcare industry or lack of proven technology to properly diagnose individual patients, personalized medicine is very young and has a long way to go. Personalized medicine or medical treatment that is unique to the individual definitely has it advantages. Some of those advantages are the ability to make more informed medical decisions, earlier disease intervention. Laberge and Burke (2008) describe personalized medicine as health care that is tailored to the individual. They go on to say that (Laberge and Burke 2008) recently the term has been used to refer specifically to genetically-based health care. Some of the drawbacks to personalized medicine according to......

Words: 839 - Pages: 4

Premium Essay

Personalized Medicine

...have been breakthrough and impressive. The benefits of personalize medicine are easily recognized. The major benefits of personalized medicine are early diagnostics and, medication and treatments are personalized to an individual for maximum results. Diagnostics use molecules to measure the levels of genes, mutation, and proteins that can be used in the provision of specified therapy that fits the patient health condition. (Science daily, 2010). Our DNA and genes can determine the likelihood of an individual developing certain diseases and how an individual can react to certain medication and treatments. With personalized medicine, medical professionals can analyze a patients genome and identify risk factors to intervene and begin a treatment plan that will best cure/treat/delay the disease of that particular patient. Personalized medicine can change the way professionals approach diseases and illnesses. It has the ability to alter healthcare to further fit their individual needs. Using the individuals genome, personalized medicine has become a future possibility. Personalized medicine is developing medicine, specifically for the individuals genetic makeup and therefore, the effectiveness of treatments for diseases is more effective for each specific patient. Medicine and treatments can be customized to an individual's medical care, to better treat that individual's specific needs. Personalized medicine will be a huge part of the future of medical field. ......

Words: 577 - Pages: 3

Free Essay

Personalized Medicine

...Personalized Medicine Kenneth Weddle Strayer University Science 115 Professor Meri Stanec May 21, 2012 Personalized Medicine Personalized medicine refers to the medical model that entails the customization of healthcare. Under personalized medicine, all the decisions and practices relating to an individual patient are advanced using genetic or any other vital pieces of information. The emergence of personalized medicine has helped in the reduction of costs, time, and the rate of failure of pharmaceutical clinical trials, has eliminated trial and error inefficiencies in the diagnosis of diseases, and has aided in the prescription of effective drugs and averted those that pose dangerous side effects to patients. This essay explicates the manner in which genetic technology may contribute to personalized medicine, examples of the benefits of personalized medicine, and drawbacks of personalized medicine. Modern genetic technology has played an instrumental role in leading to personalized medicine. It has led to in depth understanding of the impacts of genetics in a given disease. The understanding of the impacts of the disease has helped in the development of personalized medicine, as practitioners are able to identify the correct prescription for different diseases. Modern genetic technology has also led to personalized medicine by helping practitioners understand the significance of genes in the normal......

Words: 680 - Pages: 3

Premium Essay

Alternative Medicine

... There are many other alternatives to modern methods of medical treatment. With modern medicine being the standard there must be unconventional routes that one can take to achieve the goal of good health. Those alternatives include acupuncture, herbal remedies and yoga. Though modern medicine can be diverse it also can be very complex and in contradiction with the human body. Most medicine is animal based and experimented on animals and sometimes even humans. But can our expectations be a little euphoric for positive results set on miraculous when using animal based medicines? Moreover we cannot negate the fact that modern medicine and medical treatment has helped people avoid and control diseases for several decades. Reports show that since 1970 the death rate has decreased on average of 60% and strokes and death are down 70%. Cancer has dropped 16% since 1990 and HIV/AIDS death rate has decreased more than 75% since its peak in 1995. Therefore we cannot attempt to discredit the breakthroughs and innovations of modern medicine. Some of the biggest problems we can find in the way Medicine is practiced today are: 1. Modern Western Medicine is based on a narrow “scientific” model, and arrogantly ignores and rejects therapies and entire medical systems that don’t fit this model. 2. Doctors are trained in hospitals in “crisis care” medicine, not to take care of the “walking wounded,” which is the majority of people. They need to be trained to......

Words: 1775 - Pages: 8